วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล

ความหมายของการลงความคิดเห็นจากข้อมูล  (Inference)
                การลงความคิดเห็นจากข้อมูล  หมายถึง  การอธิบายผลที่ได้จากการสังเกต  โดยใช้ความรู้เดิม  ประสบการณ์เดิม  และเหตุผลหรือเพิ่มความคิดเห็นส่วนตัวลงไปด้วย  เป็นการตอบเกินข้อมูลที่สังเกต
                การลงความคิดเห็นของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน  ฉะนั้นในข้อมูลชุดเดียวกัน  การลงความคิดเห็นของคน  2  คน  อาจแตกต่างกัน  
ข้อแตกต่างระหว่างการสังเกตและการลงความคิดเห็นจากข้อมูล

                การสังเกต  เป็นการบอกสมบัติหรือลักษณะของวัตถุ  ปรากฏการณ์ต่าง ๆ  โดยการใช้ประสาทสัมผัส  เช่น  หู  ตา จมูก  ลิ้น  หรือกายสัมผัส  ส่วนการลงความคิดเห็น  เป็นการบรรยายหรืออธิบายผลของการสังเกต  หรือการใช้ประสาทสัมผัสเข้าไปสัมผัสสิ่งของ หรือเหตุการณ์ให้ได้ข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง  แล้วเพิ่มความคิดเห็นส่วนตัวลงไปกับข้อมูลดังกล่าว  ดังตัวอย่าง
ข้อมูลจากการสังเกต
การลงความคิดเห็นจากข้อมูล
1.  มีรถ  2  คัน

2.  รถคันสีแดงลากรถคันสีเขียว

1. รถคันสีแดง ลากรถคันสีเขียว
    เพราะรถคันสีเขียวเสีย
2.  รถคันสีแดงลากรถคันสีเขียว
    เพราะรถคันสีเขียวน้ำมันหมด


 การลงความคิดเห็นที่เชื่อถือได้นั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไข  4  ประการ  ดังนี้                                                                       
1.  ความถูกต้องของข้อมูล ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้องการลงความคิดเห็นก็จะไม่ถูกต้องด้วย
2.  ความกว้างของข้อมูล  คือต้องมีข้อมูล มากเพียงพอและหลายๆด้าน  ฉะนั้นการสังเกตและการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม จะนำไปสู่คำตอบที่ถูกต้องได้
3. ประสบการณ์เดิม  เพราะการลงความคิดเห็นนั้นส่วนหนึ่งจะเกี่ยวข้องกับประสบการณ์เดิมที่เราเคยพบเหตุการณ์นั้น ๆ ถ้าประสบการณ์เดิมเราเชื่อถือได้มาก   โอกาสถูกก็มีมากด้วย
4.  ความสามารถในการมองเห็น  เราสามารถใช้หลักฐานให้เป็นประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใด  เป็นต้น

ประโยชน์ของการลงความคิดเห็นจากข้อมูล  มีดังนี้                                                 

                1.  ใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบการสังเกต
                2.  ช่วยแนะสิ่งที่สงสัย

                3.  ช่วยแนะสาเหตุของปรากฏการณ์
                4.  ช่วยแนะสมมติฐาน
                5.  ช่วยแนะแหล่งที่มาของปรากฏการณ์
                6.  ช่วยบอกสาเหตุของปรากฏการณ์ที่แน่นอนได้





ทักษะการสังเกต

ทักษะการสังเกต (Observation)
                        หมายถึง ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุหรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ โดยไม่ลง     ความเห็นของผู้สังเกต
ประเภทของข้อมูล
                        ข้อมูลที่สังเกตได้  แบ่งได้เป็น  3  ประเภท  ดังนี้
1.  ข้อมูลที่เกี่ยวกับลักษณะหรือสมบัติ  เรียกว่า  ข้อมูลเชิงคุณภาพ
2.  ข้อมูลที่เกี่ยวกบขนาดหรือปริมาณที่ได้จากการกะประมาณ  เช่น  บอกตัวเลข  เรียกว่า  ข้อมูลเชิงปริมาณ
3.  ข้อมูลที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง  เช่น  การสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสาร  เมื่อถูกกระทำ  เรียกว่า ข้อมูลเชิงการเปลี่ยนแปลง
การสังเกตเชิงคุณภาพ  
เป็นการสังเกตลักษณะต่าง ๆโดยใช้ประสารทสัมผัสทั้ง  5 โดยไม่ต้องบอกปริมาณ  เช่น  บอก  สี  กลิ่น  รส  เสียง  และความรู้สึกต่อผิวกาย
การสังเกตเชิงปริมาณ
                เป็นการสังเกตโดยการกะประมาณโดยบอกเป็นจำนวน  ตัวเลข  ที่ต้องมีหน่วยกำกับไว้ด้วย  หน่วยนี้  อาจเป็นหน่วยมาตรฐานเอสไอ (SI)   เช่น เมตร  กิโลกรัม  หรือหน่วยอื่น ๆ  เช่น  เซนติเมตร  องศาเซลเซียส  มิลลิเมตร  ฯลฯ  เป็นต้น                                           

การสังเกตเชิงการเปลี่ยนแปลง
                หมายถึง  การสังเกตวัตถุหรือสถานการณ์ในขณะที่เกิดการเปลี่ยนแปลง  เช่น เอาวัตถุแช่ในน้ำหรือให้ความร้อน  เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  และต้องบอกเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย  เช่น  เมื่อแช่น้ำที่อุณหภูมิเท่าใด  หรือ  เมื่อใส่ภาชนะที่มีรูปร่างเป็นอย่างไร เป็นต้น
 การลงความคิดเห็น   เป็นการบรรยายหรืออธิบายผลของการสังเกต  โดยเพิ่มความคิดเห็นส่วนตัวลงไปให้กับข้อมูลนั้น  ซึ่ง  สามารถอธิบายได้  ดังนี้

             ผลการสังเกต  +   ความคิดเห็นส่วนตัว               การลงความคิดเห็นจากข้อมูล


ซึ่งความคิดเห็นส่วนตัวที่ใส่ลงไป อาจต้องอาศัย  ความรู้เดิม  ประสบการณ์เดิม และเหตุผล

ขอบเขตที่ต้องคำนึงถึงในกาสังเกต  มีดังนี้
                1.  ข้อจำกัดและข้อบกพร่องของประสาทสัมผัส  เช่น สายตา  ถ้าอยู่ไกลมาก หรือเล็กมากก็มองไม่เห็น  หู  ก็เช่นกัน  ถ้าเสียงไกลมาก หรือเบามาก ก็ไม่ได้ยิน  หรือแม้แต่ประสาทสัมผัสทางผิวกาย  ซึ่งถ้าสัมผัส กับวัตถุที่อุณหภูมิแตกต่างกันมาก ๆ ในทันที  จะบอกค่าได้คลาดเคลื่อนเช่นกัน
                2.  การขยายขอบเขตของประสาทสัมผัสและการลดความคลาดเคลื่อน  เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องตามความเป็นจริง  เชื่อถือได้  ต้องหาแนวทางการแก้ไขดังต่อไปนี้ 
                      2.1  ใช้เครื่องมือช่วยขยายประสาทสัมผัส
                      2.2  ใช้การสังเกตซ้ำหลายๆครั้ง
                     2.3   ควรสังเกตให้ได้ทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและข้อมูลเชิงปริมาณให้ได้มากที่สุด
                3.  ข้อควรระวังในการสังเกตวัตถุหรือสิ่งของต้องไม่เป็นอันตรายต่อประสาทสัมผัส  เช่น  การใช้ประสาทสัมผัสทางลิ้น  การชิมสารที่เป็นอันตราย  หรือการสัมผัสกับสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดเป็นต้น